หน้าแรก | คลีนิคกฏหมาย | ติดตามข่าวการต่อสู้ของกลุ่มผู้ค้าปลีกทั่วประเทศ | สมัครสมาชิก | กระทู้ (เวบบอร์ด) 
เมนู
 หน้าแรก
 ประวัติความเป็นมาร้านค้าปลีกของคนไทย
 ความเป็นมาของ ศปท.
 โครงสร้าง ศปท.
 สิทธิประโยชน์ของสมาชิก ศปท.
 ข่าวภูมิภาค
 ข่าวความเคลื่อนไหวของผู้ค้าปลีก
 กิจกรรมสมาชิก
 เครือข่ายสมาชิก
 กระทู้ (เวบบอร์ด)
 FAQ
เข้าสู่ระบบ
Username
Password
รับฟังวิทยุ
คลื่นสามัญประจำบ้าน
ผังรายการวิทยุ
เว็บพันธมิตร
เรื่องราวน่ารู้
::YoU HavE BeeN HaCkeD By RuinOuS TM | OrigaMi_K!ll3R
::"วิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้คนไทยควรคิดอย่างไร?"
::'การเมือง+กลุ่มทุน'เกื้อกูลกัน เหตุฉุดเศรษฐกิจไทยดิ่งเหว!
::กฎหมายแก้จน
::กฎหมายเพื่อคนจน
Mesothelioma Survival Rate
Asbestos Cancer
Mesothelioma

สั่งซื้อเสื้อ ศปท.

สั่งซื้อเสื้อโปโล ศปท. ราคาพิเศษ

ความเป็นมาของ ศปท.

     สืบเนื่องมาจากประเทศไทยมีผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระอยู่จำนวนไม่น้อย  ไม่ว่าจะเป็น  เจ้าของร้านชำ   เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว  เจ้าของร้านขายเสื้อผ้า  เจ้าของร้านหนังสือ   เจ้าของร้านโชว่ห่วย  แม่ค้าขายผลไม้  พ่อค้าแผงเนื้อหมู  หาบเร่  แผงลอย  ฯลฯ  ซึ่งต่างมีรายได้เลี้ยงตนเอง  และดำรงชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกันในชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน  จนถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมชุมชนของไทย 
     ต่อมาวัฒนธรรมการค้าเริ่มเปลี่ยนแปลง  ระบบการค้าแนวใหม่มีการขยายตัวครอบคลุมมากยิ่งขึ้น  รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคก้เปลียนแปลงไป  ไม่จำเป็นต้องภักดีกับสินค้า (Brand Loyalty) ธุรกิจการค้ามีการแข่งขันกันมากขึ้น  เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิต (Life Style)  และอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภค  ดังนั้นธุรกิจแนวการค้าแนวใหม่จึงเกิดขึ้นมากมาย  อาทิ  ศูนย์การค้าครบวงจร  ห้างสรรพสินค้า  ซูเปอร์มาร์เก็ต  ไฮเปอร์มาร์ท  ฟู้ดเซ็นเตอร์  ร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ  ซึ่งธุรกิจเหล่านี้นายทุนใหญ่เป็นเจ้าของรายเดียวหรือเป็นการรวมทุนมาจากต่างประเทศ  มีทุนทรัพย์พร้อมที่จะกระจายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศมีการบริหารงานที่เป็นระบบ  มีการพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องด้วยประสบการณ์ด้านการค้าระดับสากล  ทำให้ธุรกิจการค้าในรูปแบบเดิมๆ ของผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทยมีผลกระทบ  ดังนี้
     - ด้านเศรษฐกิจ    ธุรกิจการค้าของผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทยเริ่มหยุดชะงักและรายได้ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด  หรือบางรายจำเป็นต้องปิดกิจการ
     - ด้านสังคมและวัฒนธรรม  ขาดความเป็นกันเอง  ขาดความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง  การเกื้อหนุน  เอื้ออาทร  และการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันตามแบบฉบับของคนไทย  อันเนื่องมาจากธุรกิจการค้ารูปแบบใหม่ให้บริการในเชิงธุรกิจ  ด้วยการถือเป็นคู่ค้าขายกันเท่านั้น(ผู้ขายสินค้า-ผู้ซื้อสินค้า)  เมื่อจ่ายเงินซื้อสินค้าก็ถือว่าจบความสัมพันธ์กัน  ไม่มีการให้ความช่วยเหลือ  เกื้อกูลกันในแง่อื่นๆ อาทิ  ช่วยงานบวช  ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ฯลฯ  ซึ่งอาจมีผลกระทบไปถึงการขาดความสามัคคีในชุมชน 
      - ด้านกฎหมาย  ยังขาดกฎหมายคุมครองผู้ค้าปลีก  ทำให้นายทุนใหญ่และห้างสรรพสินค้าเข้ามาสร้างและขยายสาขาทั่วประเทศ

     ศูนย์ประสานงานผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทย  หรือเรียกย่อๆ ว่า “ศปท.”  จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูลข่าวสาร  ประสานงาน  ให้ความช่วยเหลือระหว่างผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทย  หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ  เอกชน  หาทางแก้ปัญหาระบบการค้าดังกล่าวทั้งในระยะสั้นและระยะยาวซึ่งจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยในอนาคต  โดยในเบื้องต้นมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินให้การสนับสนุนเงินทุนเพื่อดำเนินงานต่างๆ  พร้อมกันนี้สมาชิก ศปท.ทุกท่าน  สามารถรับรู้ข่าวสารร่วมกันผ่านช่องทางหลัก  ดังนี้
  1. อินเตอร์เน็ต  www.thairetailer.com  เป็นเวบไซด์ที่จัดทำขึ้นเพื่อผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทย  เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้ข่าวสารข้อมูลต่างๆ  รวมทั้งตอบข้อซักถาม  ข้อสงสัยต่างๆ  ผ่าน webboard นอกจากนี้ยังผลิตรายการออนไลน์  ชื่อรายการ “เสียงผู้ค้าปลีก” และ “สู้ช่วยผู้ค้าปลีก”  เพื่อให้ผู้ค้าปลีกได้มาระบายความในใจ ความทุกข์ในปัญหาต่างๆ  พร้อมทั้งช่วยกันหาทางแก้ไขจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  2. สถานีวิทยุคลื่นสามัญประจำบ้าน  สถานีวิทยุผ่านดาวเทียมที่จะให้ความบันเทิง  และความรู้เกี่ยวกับเรื่องค้าปลีก  รวมทั้งการรายงานความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจค้าปลีกทั้งในและต่างประเทศ  โดยมีผู้ดำเนินรายการที่ทรงคุณวุฒิจากทั่วทุกภูมิภาคสับเปลี่ยนกันเข้ามาจัดรายการ 
  3. สถานีโทรทัศน์ช่อง ASTV 7  “โชวห่วย แชนแนล” Shohuay Channel  สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่จะให้ข้อมูล  ความรู้เกี่ยวกับเรื่องค้าปลีก  รายงานข่าวและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับค้าปลีก  รวมทั้งกิจกรรมของสมาชิกศูนย์ประสานงานผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทยทั่วประเทศ 

กรณีข้อเสนอแนะ  ติชม  ร้องทุกข์   หรือต้องการสอบถามรายละเอียด  หรือสมัครสมาชิก ศปท. สามารถติดต่อศูนย์ประสานงานผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระของคนไทย   (ศปท.)  Call Center  โทร.02-910-6338

วัตถุประสงค์ของ ศปท.

    • เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่เข้มแข็งให้ระบบสังคมโดยมีผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระเป็นแกนนำ
    • เพื่อให้ผู้ประกอบการค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระมีรายได้พอที่จะเลี้ยงตนเองได้ 
    • เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชนของไทยให้คงไว้ (ร้านโชว่ห่วย)                                   

นโยบายหลักของ ศปท.
“ธุรกิจค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้มแข็ง  ความเป็นอยู่ของระบบสังคมไทยก็เข้มแข็งด้วย”

  1. ให้ความช่วยเหลือผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระด้วยความจริงใจ
  2. ให้ความรู้  แนวคิดด้านการค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระให้มีรายได้เลี้ยงตนเองและสามารถอยู่รอดในภาวะปัจจุบัน 
  3. ประสานงานกับหน่วยงานรัฐ  เอกชน  และองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อมูลที่แท้จริงด้านการค้าปลีก  และการประกอบอาชีพอิสระต่างๆ
  4. เป็นแกนนำในการต่อสู้กับธุรกิจการค้าแนวใหม่ที่ทำลายวัฒนธรรมชุมชนและเอาเปรียบประชาชน
  5. ให้การฝึกอบรม  และสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดให้ผู้ค้าปลีก  และผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้อยู่รอดได้ในภาวะปัจจุบัน

แผนการดำเนินงาน
ระยะสั้น-ระยะกลาง

  1. สร้างเครือข่าย ศปท. ในแต่ละจังหวัด  เพื่อสร้างกลไกของตลาดผู้ค้าปลีกรายย่อยที่มีอยู่เดิมให้เข้มแข็ง
    • จัดตั้งแกนนำ ศปท.ในแต่ละจังหวัด  อำเภอ  ตำบล  และภาค
    • ออกพื้นที่เพื่อเปิดเวทีอภิปรายให้ความรู้  และแนวทางด้านการค้าปลีกในภูมิภาคต่างๆ
    • จัดฝึกอบรม  ให้ความรู้  ผู้ประกอบการค้าปลีก  และผู้ประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้อยู่รอดในภาวะปัจจุบันทุกเดือน  ตามสถานที่ต่างๆ  อาทิ  บริการอย่างไรให้ถูกใจลูกค้า  หน้าร้านสวยช่วยดึงลุกค้า  กิจกรรมส่งเสริมการขายแบบไหนที่โดนใจคนซื้อ
    • จัดตั้งสหกรณ์ผู้ค้าปลีกให้กับสมาชิกผู้ค้าปลีกที่เป็นเครือข่าย  เพื่อซื้อ-ขายสินค้า  และแบ่งปันผลกำไรตามระบบสหกรณ์
  1. ให้ความช่วยเหลือ  วางแนวทางให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ร่วมมือกับร้านค้าส่ง  และร้านค้าปลีกรายย่อยที่เป็นเครือข่าย  โดยให้ร้านค้าส่งเป็นพี่เลี้ยง  ใช้ระบบเกื้อกูลกันเพื่อสร้างระบบค้าปลีกที่เข้มแข็ง
  2. ประสานงานกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  เพื่อร่วมมือกันทำงานโครงการนำร่องสำหรับผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ระยะยาว

  1. วางแผนการร่วมมือกับหน่วยงาน  องค์กร  และผู้ผลิตสินค้าให้เกิดผลกับการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกแบบต่อเนื่อง
  2. ส่งเสริมสร้างสถาบันเพื่อการศึกษาสำหรับธุรกิจค้าปลีก
  3. วางแผนงานและโครงการต่างๆ  เพื่อให้ภาครัฐให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกู้ยืม  หรือสินเชื่อเพื่อปรับปรุงธุรกิจ