โดยปรับเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ นับตั้งแต่ ยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ และความถี่ในการใช้บริการ รวมถึง เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคและทุกประเภทของร้านค้า ขณะเดียวกัน ดัชนี RSI ระยะ 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 สะท้อนถึงความมั่นใจและความหวัง ของนักลงทุน และผู้ประกอบการ
การปรับเพิ่มขึ้นของดัชนีความเชื่อมั่นเดือน ต.ค. มาจากปัจจัยหลักทางการเมือง หลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เดือน ก.ย. รัฐบาลประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ นับจาก โครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งแม้ว่า ร้านค้าปลีก-ค้าส่งขนาดกลางและใหญ่ จะไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ มีสิทธิเฉพาะร้านค้าปลีกขนาดเล็ก โชห่วย แผงลอย แต่เมื่อเม็ดเงินไหลเข้าสู่ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ร้านค้าเหล่านั้นก็ต้องมาซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีก-ค้าส่งขนาดกลางและใหญ่เพื่อไปจำหน่ายต่อ เกิดพายุหมุนเวียนของเม็ดเงินราว 2.5- 3.0 รอบ (จากสารตั้งต้น ประชาชนผู้มีสิทธิ์ 20 ล้านคน สู่ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ผู้มีสิทธิกว่า 80,000 ร้านค้า > จากร้านค้าปลีก สู่ร้านค้าส่ง > จากร้านค้าส่ง สู่ ผู้ผลิตสินค้า ผู้จัดจำหน่าย > จากผู้ผลิตสินค้า สู่ เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ)
ส่วนโครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ภัตตาคาร ร้านอาหารที่อยู่ในระบบภาษีก็จะได้อานิสงส์จากโครงการนี้เช่นกัน คาดว่าน่าจะมีเงินหมุนเวียนจากโครงการนี้ราว 80,000-100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการเร่งรัดงบประมาณปี 2569 ซึ่งประมาณการ งบลงทุนและใช้จ่ายเดือนละ 78,000 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ดัชนี RSI ระยะ 3 เดือนข้างหน้าก็ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เพิ่มขึ้น 1.8 จุด จาก 63.8 จุด มาอยู่ที่ 65.6 จุด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวซึ่งสามารถสัมผัสได้และมีให้เห็นไปทั่วในประเทศ กำลังซื้ออ่อนแอ ประชาชนประหยัด ไม่จับจ่ายใช้สอย ราคาสินค้าเกษตรตกตํ่า และประชาชนกังวลมากขึ้นเรื่องรายได้ การชําระหนี้และการมีงานทำ
และแล้ว แสงแห่งความหวังจาก “คนละครึ่งพลัส” “เที่ยวดีมีคืน” และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทยอยประกาศมาเป็นระลอก คาดว่าจะช่วยพยุงกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนแรง ธุรกิจเปราะบางให้กระชุ่มกระชวย แม้จะช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ภาพรวมเดือน ต.ค.2568 เป็นอย่างไร
เมื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดเดือน ต.ค.2568 ต่อเดือน ก.ย. 2568 เราจะพบว่า
SSSG (MoM) จาก 29.6 จุด ไปที่ 49.4 จุด เพิ่มขึ้น 19.8 จุด
Spending Per Bill จาก 36.2 จุด ไปที่ 46.9 จุด เพิ่มขึ้น 10.7 จุด
Frequency of Shopping จาก 38.8 จุด ไปที่ 49.4 จุด เพิ่มขึ้น 10.6 จุด
ผลจาก SSSG (MoM) เพิ่มขึ้น 19.8 จุด สะท้อนให้เห็นว่า โดยภาพรวมยอดขายเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเกือบ 15-20% เมื่อเทียบกับเดือนก.ย. การเพิ่มขึ้นจากช่วงเดือน ก.ย.ที่อยู่ต่ำสุดของปี เข้าสู่ช่วงเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นการเริ่มต้นฤดูกาลสีสันใหม่ จะเห็นได้จาก Spending Per Bill เพิ่มขึ้นถึง 10.7 จุด ในขณะที่ ดัชนี Frequency Of Shopping ก็เพิ่มขึ้น 2 หลัก 10.6 จุดเช่นกัน โดยเฉพาะการจับจ่ายในร้านค้าประเภทห้างสรรพสินค้าที่เพิ่มขึ้นชัดเจน จากการที่ผู้บริโภคออกมาจับจ่ายเสื้อผ้าชุดดำ เพื่อแสดงความอาลัยจากการสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง และการจัดส่งเสริมการขายต้อนรับเทศกาลปีใหม่แต่เนิ่นๆ ศูนย์การค้าหลายแห่งเริ่มประดับประดาโคมไฟต้นคริสต์มาสกันตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.
เหตุผลที่ดัชนีเดือน ต.ค.เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเดือน ก.ย.
- เป็นปกติของวัฏจักรเศรษฐกิจที่เดือน ต.ค. จะดีกว่าเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปี
จากแรงโหมกระหน่ำส่งเสริมการค้าช่วง New Season, New Collection
เนื่องด้วยวันสวรรคตของสมเด็จพระพันปีหลวง ประชาชนออกมาจับจ่ายเสื้อผ้าชุดดำมากเป็นพิเศษ
ภัตตาคาร-ร้านอาหาร ยอดขายทรงตัว เนื่องจากมีการประกาศงดกิจกรรมบันเทิง ผู้บริโภคลดและเว้นการทำกิจกรรมนอกบ้านเพื่อเป็นการแสดงความอาลัย
ประเด็นพิเศษ คาดการณ์ยอดขายธุรกิจ Q4/2568
ผู้ประกอบการกว่า 60% ประเมินว่า ยอดขายใน Q4/ 2568 จะเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ Q4/2567 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านค้าอุปโภคบริโภค และ ห้างสรรพสินค้า และโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- ผู้ประกอบการ 3% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะลดลง 11-20%
- ผู้ประกอบการ 8% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะลดลง 6-10%
- ผู้ประกอบการ 15% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะลดลง 5 %
- ผู้ประกอบการ 18% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 ใกล้เคียงเดิม
- ผู้ประกอบการ 30% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะเพิ่มขึ้น 5%
- ผู้ประกอบการ 20% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะเพิ่มขึ้น 6-10%
- ผู้ประกอบการ 8% ระบุว่า ยอดขาย Q4/ 2568 น่าจะเพิ่มขึ้น 11-20%
ปัจจัยที่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น
- ผู้ประกอบการ 33% ระบุว่า ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ
- ผู้ประกอบการ 17% ระบุว่า ผลจากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น
- ผู้ประกอบการ 15% ระบุว่า จากการส่งเสริมการขายมากกว่าปีก่อน
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1205416